หลักการใช้ Present Simple Tense
หลักการใช้ Past Perfect Tense
หลักการใช้ Past Simple Tense
หลักการใช้ Past Continuous Tense
หลักการใช้ Present Continuous Tense
หลักการใช้ Present Simple Tense
หลักการใช้ Present Perfect Tense
หลักการใช้ Future Perfect Continuous Tense
หลักการใช้ Future Continuous Tense
หลักการใช้ Past Perfect Continuous Tense
โดยจะแสดงมีตัวละคร อยู่ 3 คน
-สร้างสถานการณ์
Present Simple Tense
A :ใช้พูดถึงเหตุการณ์หรือการกระทำที่ เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา หรือ เกิดขึ้นเป็นประจำซ้ำไปซ้ำมา เช่น
B: I drink a lot of water. (ฉันดื่มน้ำเยอะ)
A: ใช้กับการกระทำที่ ทำจนเป็นอุปนิสัย หรือ ใช้เพื่อแสดงความถี่ของการกระทำต่างๆ โดยเรามักใช้กับ คำกริยาวิเศษณ์แสดงความถี่ (Adverbs of Frequency) มาช่วยในการแสดงความถี่ของการกระทำ เช่น
B: I always do my homework. (ฉันทำการบ้านของฉันเสมอ)
A: *อย่างไรก็ตามประโยคที่มี คำกริยาวิเศษณ์แสดงความถี่ (Adverbs of Frequency) นั้นไม่จำเป็นจะต้องเป็น Present Simple Tense เสมอไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่า ประโยคนั้นกล่าวถึง การกระทำในช่วงเวลาใด เช่น
I usually went to a museum. (Past Simple Tense)
I will always love you. (Future Simple Tense)
ใช้กับเหตุการณ์หรือการกระทำที่ เป็นความจริงตลอดไป (fact) หรือ เป็นกฎทางธรรมชาติ (natural law) โดยไม่จำเป็นว่าการกระทำนั้นๆ กำลังเกิดขึ้นในขณะที่พูดหรือไม่ เช่น
B: Snow is white. (หิมะมีสีขาว)
Present Perfect Tense
A:ใช้กับเหตุการณ์ที่ เกิดขึ้นในอดีต และดำเนินต่อเนื่องมายังปัจจุบัน และมีแนวโน้นที่จะดำเนินต่อไปได้อีกในอนาคต เช่น
B: I have had a lot of toys.ฉันมีของเล่นมากมาย (และอาจจะมีของเล่นเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต)
A: ใช้กับเหตุการณ์ในอดีตที่ เกิดขึ้นและสิ้นสุดลงแล้ว แต่ยังส่งผลมายังปัจจุบัน เช่น
B: It has stopped raining.ฝนหยุดตกแล้ว (แต่ถนนยังเปียกอยู่)
A: ใช้พูดถึง เหตุการณ์หรือการกระทำที่เกิดขึ้นซ้ำๆกัน ในช่วงเวลาหนึ่งระหว่างอดีตและปัจจุบัน โดยมักใช้คำว่า many/several times, a lot of times, …times, again and again, over and over และอื่นๆ เช่น
B: I’ve read this book more than 3 times. (ฉันอ่านหนังสือเล่มนี้มามากกว่าสามรอบแล้ว)
A: ใช้กับเหตุการณ์ที่ เพิ่งสิ้นสุดลง โดยไม่ระบุเวลา ซึ่งมักใช้กับ just, already และ yet
yet มักใช้ในประโยคปฏิเสธ ส่วน just และ already นั้น มักจะใช้กันในประโยคบอกเล่า โดยวางไว้อยู่หน้ากริยาหลัก เช่น
B: I haven’t finished my homework yet. (ฉันยังทำการบ้านของฉันไม่เสร็จเลย)
A: ใช้กับ since (ตั้งแต่) และ for (เป็นเวลา)
B: I have been here since I was about 15 years old.ฉันอยู่ที่นี่มาตั้งแต่อายุ 15 (ปัจจุบันฉันก็ยังคงอยู่ที่นี่)
Present Continuous Tense
A: ใช้กับเหตุการณ์หรือการกระทำที่ กำลังดำเนินอยู่ในขณะที่พูด ต่อเนื่องไปเรื่อยๆและจบในอนาคต โดยอาจจะใช้ Adverbs of Time (คำกริยาวิเศษณ์บอกเวลา) บางคำ เช่น now, at the moment, right now, at present, these days เป็นต้น เข้ามาช่วยในประโยคด้วย เช่น
B: She is going to the supermarket at the moment.(หล่อนกำลังไปซุปเปอร์มาร์เกตอยู่ตอนนี้)
A: ใช้เพื่อพูดถึงเหตุการณ์หรือการกระทำที่ กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ เช่น
B: I am meeting my boss this evening.(ฉันจะพบกับเจ้านายเย็นนี้)
A: ใช้แสดงเหตุการณ์หรือการกระทำที่ ผู้พูดมั่นใจว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตอย่างแน่นอน เช่น
B: He is going to China tonight.(เขาจะเดินทางไปยังประเทศจีนคืนนี้)
A: กริยาบางตัวไม่สามารถใช้ในรูปของ Present Continuous Tense ได้ ถึงแม้ว่าเหตุการณ์นั้นจะกำลังเกิดขึ้น หรือ ดำเนินอยู่ก็ตาม โดยเรามักใช้ในรูปของ Present Simple Tense กับคำกริยากลุ่มนี้แทน
***
มีบทมากกว่านี้นะคะ แล้วจะดำเนินการต่ออีกค่ะ............ขอบคุณค่ะ.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น